Warangkana님의 프로필OrAngE WhaLe사진블로그리스트기타 ![]() | 도움말 |
|
OrAngE WhaLe11월 28일 พรีเซ้นภาษาจีนตัวแรก เมื่อวานมีงานพรีเซ้น เดี่ยว เปงภาษาจีนตัวแรกในชีวิต ใช้เวลาทำยาวนาน เพราะเบื่อ...ขี้เกียจด้วย แต่มาเร่งๆเอาเมื่อวันพุธกับพฤหัส ((นิสัยไม่ดี)) วันพฤหัสหนักเรย....เพราะเขียนเสดแร้วให้เพื่อนดู แล้วขอของเพื่อนมาดู ปรากดว่า เฮ้ย เพื่อนเขียนไรเยอะแยะวะเนี่ย แร้วเทียบกะของเรา เอ้า หายไปหัวข้อนึงด้วย ((ทำไม่ครบประเด็น)) เอางายดีฟระ........จะปล่อยมันไป.....หรือจะเติมมันดี ตอนนั้นเปงเวลาสองทุ่มครึ่ง....ตัดสินใจ เติมส่วนที่เติมได้ก่อน เนื้อหาจึงถูกแปลเพิ่มเข้าไป ให้มันดูมีการบรรยายมากขึ้น ไม่ใช่สรุปห้วนๆแบบที่ทำไว้ เพื่อนก็ช่วยแก้รูปประโยคให้ บางอันอ่านแร้วไม่เข้าใจ ก้ออธิบายว่าเราต้องการสื่ออะไร แก้ไปจนถึงห้าทุ่ม....เพื่อนก็ไปอาบน้ำ เหลือเรา....ต้องหาเนื้อหาส่วนที่หายไป.....เอาไงดี..... เนื้อหาที่ทำก้อไม่ได้ทำ....ฮ่าๆๆๆ หาตัวช่วยๆๆ แต่ตัวช่วยไม่ปรากด.....ลองหาเองก้อได้....ปรากดว่าหาไม่เจอ สักพักตัวช่วยปรากดในmsn ก้อมาช่วยได้ทันเวลา....พอหาเนื้อหาเจอก้อรีบแปลๆๆๆ ยังดีว่าประโยคไม่ซับซ้อน อันไหนซับซ้อนเกิน ตัดค่ะ ไม่เอาแร้ว เวียนหัว อยากทำให้เสดๆไวๆ เริ่มทำสไลด์ตอนเที่ยงคืน.....เยี่ยมมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สรุปเสดตอนตีสามครึ่ง....แบบว่าเด๋วค่อยมาแก้อีกรอบตอนเช้า เพราะพรีเซ้นบ่าย เอาแค่ว่าตอนนี้เนื้อหาครบถ้วนแร้ว เปงงานที่ลนไฟจิงๆ สดๆร้อนๆ พอตอนเช้าลุกขึ้นมานั่งแก้ๆๆๆ ตรงภาษาที่แปลกๆ แระเนื้อหาสไลด์ที่มันตกหล่นไป ปริ้นท์เนื้อหาที่จะเตรียมพรีเซ้นตอนสิบเอ็ดโมง แก้สไลด์ไปด้วย จนถึงเที่ยงครึ่ง ข้าวปลาไม่ได้กินกัน กินแค่แซนวิชกะนมไป พอบ่ายครึ่ง ออกจากห้องเตรียมไปเรียน...พรีเซ้น ได้พรีเซ้นคนสุดท้ายของห้อง....อ.บอกว่าทำมาดี เพื่อนก็บอกว่าทำดี ปรบมือให้ทั้งห้อง.....ดีใจ ฮ่าๆๆๆๆ ตอนรายงานไม่สั่นนะ แต่แบบว่าอ่านช้า....ฮ่าๆๆๆๆๆ ((ก้อช่วยดูด้วยว่ารายงานเสดสาด เรื่องขนาดของรัฐบาลมีผลต่อการพัฒนาเสดกิจ แค่ชื่อก้อเวียนหัวแร้ว)) เพื่อนบอกว่าเพิ่งรู้สึกได้ว่าเราออกเสียงเหมือนคนต่างชาติก็ตอนรายงานเนี่ยแหละ เอ้า...ที่ผ่านมาไม่ได้รู้สึกใช่ไหม กลับห้องพร้อมความหิว เรยจัดการหุงข้าวแล้วทอดไข่เจียวเบคอนซะสองฟอง กินเยอะได้อีก หมดเกลี้ยง หมดไปอีกหนึ่งงาน ขอบคุนตัวช่วยต่างๆ ทั้งพี่กิ่ง ไก่ เพื่อนคนจีน และคุนครู ที่ทำให้งานชิ้นแรกของเราผ่านมาด้วยดี ขอบคุนปุ๊ก ที่เราเปิดไฟในห้องเกือบทั้งคืนก้อไม่ว่า....แถมนอนหลับสนิทอีกต่างหาก ขอบคุนเพื่อนๆในห้องที่ตั้งใจฟัง เงียบกันทั้งห้องเรย และช่วยเรานึกศัพท์ตอนตอบคำถามอ.ด้วย ((ขอบคุนเพื่อน แต่เพื่อนอ่านไม่ออก ฮ่าๆๆๆ)) และปรบมือให้เสียงดังมาก ขอบคุนตัวเองที่มีความพยายาม...ท้อถอยบ้าง แต่ก็ยังสู้จนถึงที่สุด ^^ 11월 25일 放假 อยากปิดเทอมแร้วอะ เทอมนี้มาอยุ่ที่นี่ตั้งห้าเดือนแน่ะ บ้าไปแร้ววว โหดร้ายยยที่สุดเหอะ ทำไมต้องปิดเทอมตามปฏิทินจันทรคติด้วยฟร้าาาา มีอย่างที่ไหนเนี่ย ปีนี้ตรุษจีนช้าเรยซวยเรยย ต้องปิดช้าตามไปด้วย งือออออ แต่เทอมนี้ อย่างที่บอกว่า ไม่ได้รุ้สึกว่าน่าเบื่อมากเกิน ไม่ได้รุ้สึกว่าเหงาเกิน รุ้สึกว่ามีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น และเปิดไปรับสิ่งใหม่ๆมากขึ้น ก้อรุุ้สึกดีขึ้นที่ตัวเองไม่ได้จิตตกมากมายอย่างที่เปงมา ((กัวเปงบ้าก่อนจะเรียนจบอะดิ ฮ่าๆๆๆๆ)) ทำกับข้าวกินเองบ่อยขึ้น...เหมือนจะผอมลง ฮ่าๆๆๆ แต่ก้อนะ กินดีกว่าเดิม(มั้ง) หวังว่าอีกสองเดือนที่เหลือ จะรีบหมดๆไปเร็วๆซะ อยากให้ขึ้นเดือนม.ค.สักทีน้อ....รอสอบอย่างเดียวเรย ไม่ต้องเรียนแร้ว หน้าหนาวอะ อย่าให้นู๋เรียนอีกเลยค่ะ หนาวไม่ไหวแร้ววววว ยังดีว่าตอนนี้มันกลับมาเปงฤดูใบไม้ร่วงแร้วววววว ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่งั้นจะหนาวเกิ๊นนนน ตั้งแต่ตอนนี้เรยหรอ แร้วกลับไทย จะไปกินแหลก....คิดถึงแต่ของกินอีกละ ฮ่าๆๆๆถึงมันจะทำให้อ้วน(สักหน่อย) แต่ก้อยอมมอะ มีความสุขขขข ยิ้มยิ้ม ^^ จะกลับไทยทีไร เริ่มแพลนของกินในหัวทุ้กกกกกกที ให้มันได้ยังงี้สิ -_-" อออ ลืมไปอย่าง ช้อปปิ้งด้วยยยย กร๊ากกกกกก ^0^ 11월 14일 เวลามันผ่านไปเร็ว เทอมนี้รู้สึกได้ว่าเวลาผ่านไปเร็วมากๆ แต่ถึงเวลาจะผ่านไปเร็วมากยังไง เทอมนี้มันปิดเทอมช้ากว่าเทอมที่แล้วตั้งเกือบสามอาทิตย์แน่ะ.....เฮ้อออออ วาดฝันว่าเทอมนี้จะปิดช้ากว่าเทอมที่แล้วสักอาทิตย์เดียวแล้วก็ไปเที่ยวกะเพื่อนก่อนจะกลับไทย แต่ตอนนี้สงสัยว่ากว่าจะได้กลับไทย คงเป็นต้นเดือนก.พ.แน่ๆเลยอะ ฝันสลายยยย ก่อนจะฝันสลาย ต้องเจอฝันร้ายก่อนเพราะใกล้สอบแล้ว หนังสือยังกองท่วมหัว อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง รายงานก้อกองอยู่ข้างตัว น่าเบื่อมากมายเป็นที่สุด แถมอากาศไม่เป็นใจ สองวันก่อนยังใส่ขาสั้นอยู่ดีๆ พอวันนี้มันหนาวต่ำกว่าสิบห้าองศามาได้ยังง๊ายยย ไม่เข้าใจปท.นี้เลยจิงๆ อากาศง่อยได้อีก ลมก็แรงพัดไม่มีหยุด ออกไประเบียงทีจะแข็งตาย สงสัยได้ซื้อเสื้อกันหนาวหนาๆอีกตัวเป็นแน่แท้ เพราะที่มีอยู่นี่สงสัยจะเอาไม่อยู่ อากาศแปรปรวนเสียจิงๆ วันนี้ได้แต่ขดตัวอยู่ในห้อง ไม่อยากจะทำไรเลย ของกินก็ไม่ได้ซื้อตุนไว้ แง๊ๆๆๆๆ ยังดีมีพวกไส้กรอก มาม่าไรบ้างพอประทังชีวิต แต่ขี้เกียจล้างอะดิเนี่ย สงสัยต้องไปซื้อถุงมือมาใส่ล้างจานชามแล้ว ไม่งั้นมือเละแน่ๆ แค่ตอนนี้ก็แห้งซะไม่มีแล้วววว เรียกว่าทาครีมตลอด นั่งพิมพ์อยู่นี่ รู้สึกได้เลยว่าเท้าชา ไม่ได้ใส่ถุงเท้า ขี้เกียจ คิดว่าไม่น่าจะหนาวมากขนาดนี้ เดี๋ยวพิมเสดต้องไปหาถุงเท้ามาใส่ซะแร้ว อากาศไม่ไหวนะ ทำไมลมพัดตลอดเนี่ยยย หนาวที่สุดเรยยยยยยย 10월 19일 ไม่อยากจำวันนี้คาบอังกิด เขาให้คุยเรื่อง ปันหาเสดกิจจะมีผลต่อการงานเราในอนาคตหรือไม่....จับกลุ่มคุยกะเพื่อน
คุยไปคุยมา กลายเปงเพื่อนมารุมถามเราซะงั้น เราพาออกนอกเรื่องเอง ฮ่าๆๆๆ
โชคดีที่ไทยไม่มี one child policy เหมือนอย่างที่นี่ เวลาตั้งท้องลูกก็ห้ามอัลตราซาวด์เพื่อดูว่าเปงช.หรือญ. เพราะกัวถ้าไม่อยากได้ญ. เด๋วจะไปฆ่าทิ้งซะก่อน
ฟังๆแร้วก้อนึกเส้า นี่เราผุ้หญิง มันไม่มีค่าขนาดนั้นเรยหรอ ทำไมถึงต้องไม่อยากได้ด้วย
แร้วถ้าได้มาล่ะ ยังจะอยากเลี้ยงอยุ่ไหมเนี่ย มันตัดสินกันแค่นี้หรอ????
พอคุยถึงเรื่องลูก แน่นอนก้อต้องคุยถึงครอบครัว((ปัจจุบันและอนาคต)) คำถามเดิม....มีแฟนรึยัง
อ่อ ยังหรอก เราตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม ((แต่ในใจ....คำถามนี้อีกแร้ววววว)) เพราะผุ้ช.ไทยน้อยกว่าผุ้ญ.ไทย ไม่แปลกที่จะไม่มีแฟน ไม่เหมือนที่นี่
งั้นเทอก้อหาแฟนที่นี่สิ ใครคนนึงพูดขึ้นมา
เวง ไม่เอาอะ((อันนี้ความคิดในใจ)) แต่ตอบกลับไปว่า ไม่เปงไร
เพื่อนอีกคนแทรกขึ้นมาว่า เพราะพ่อแม่ไม่ชอบหรอ
ฉันยิ้มๆแล้วตอบว่า ใช่ เพราะแม่เคยบอกว่าอย่ามีแฟนเปงคนต่างชาติเรย มันต่างวัฒนธรรม ภาษา ไม่ค่อยเข้าใจกันหรอก อีกอย่างแต่งแร้วจะไปอยุ่ปท.เขายังไงกัน
เพื่อนสวนขึ้นมาอย่างฉับไว แร้วถ้าคนนั้นเขาเต็มใจจะมาอยุ่ที่ปท.เทอล่ะ เทอจะว่าไง
ฉันขำทันที ก้อคงไม่หรอก ไม่เปงไร
ตอนบ่ายกลับมาคุยกะเพื่อนคนไทย คุยเรื่องไรไม่รุ้ ไปๆมาๆดันมาเข้าเรื่องแฟนจนได้....((ประเด็นนี้ไม่เคยห่างหายไปจากสังคมเรา ฮ่าๆๆ))
ประมาณว่า เนี่ยยังอยุ่ที่นี่อีกนาน ทำไมไม่หาแฟนไว้สักคน
อออ คงไม่อะ
เราไม่อยากมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับที่นี่
ตึง...........
อันนี้พูดจริง และคิดมานาน
เพราะไม่ชอบ จึงไม่อยากทำอะไรให้มันเกิดความทรงจำ ยิ่งความทรงจำแย่ๆ แค่นี้ก้อมากพอแร้ว
ความทรงจำดีๆ กะเพื่อนก้อพอ.....ความทรงจำดีๆในรูปแบบอื่นๆ ไม่อยาก
แต่อนาคตไคกำหนดได้ฟระ???? 10월 16일 บังเอิญไปไหม???เมื่อวานนั่งๆนอยด์ๆ คือจริงๆควรจะอ่านหนังสือต่อ แต่ช่วงนี้เกิดนอยด์อีกแล้ว เซรงได้เซรงดี...เรยคิดว่าเอาไว้ก่อนๆๆๆละกัน
คนมันไม่มีอารมณ์จะอ่าน ต่อให้อ่านออกยังไง แต่อ่านไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เสียเวลา เสียอารมณ์ แถมต้องมาเริ่มอ่านใหม่อีกรอบ
ดังนั้นเรยใช้เนตบำบัดสุขภาพจิต((ที่ทุกวันรุ้สึกว่ามันก้อแย่ไปเรื่อยๆ ไม่รุ้ว่ากว่าจะเรียนจบกลับไป คงต้องไปเสียค่ารักษาสุขภาพจิตซะละมั้ง))
ตอนแรกว่าจะเลิกอ่านฟิคก่อน อ่านแล้วติด ติดแล้วก็ไม่อยากทำอะไร ใจมันคอยแต่จะอ่านให้จบๆๆๆ ซึ่งแต่ละเรื่องมันยาวเหลือเกิน แถมคนเลือกก็ตาดี ไปเลือกแต่ฟิคที่อ่านแล้วติดหนึบ พล็อตเรื่องชวนให้ตื่นเต้นตลอดเวลา ไม่มีมาเดาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนอย่างที่มีขายกันเกลื่อนตามร้านหนังสือทั่วไป((แต่ก็ยังซื้อมันอ่านอยู่ร่ำไป))
เลือกฟิคเรื่องนี้มา เพราะมันติดอันดับฟิคยอดเยี่ยม.....เออลองหน่อยก้อได้วะ เหงบอกว่าเปงฟิคที่แต่งมาจากชีวิตจิง
ปรากดว่า....เรื่องนี้นี่มัน มีชอตที่ จะเรียกว่ายังไง มันคุ้นๆยังไงไม่รุ้
อ่านแร้วเข้าใจจิตใจคนแต่งมากมาย เนื้อเรื่องอยุ่ตปท. ไปเรียนต่อ พบเหตุการณ์ที่มันคลุมเครือทางด้านความรัก เหมือนจะรุ้สึกดี แต่รักไม่ได้อะไรทำนองนั้น
แถมรุ้สึกว่าหลายๆครั้ง เดาใจคนเขียนได้ตรงเผง ยังกะเราเขียนเอง หรือบางครั้งคนเขียนก้อเขียนได้ตรงกับความคิด ความรุ้สึกของเราอย่างจัง เพราะบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง มันช่างใกล้เคียงกับที่เราเคยเจอ....o_O
เช่น
-พล็อตเรื่องมันคล้ายยยในบางช่วง ในบางอารมณ์ ลักษณะคำพูด การกระทำของแต่ละตัวละคร ก็เหมือนเคยเกิดขึ้นซ้ำๆ
-ตอนที่ตัวเอกเลือกเพง เราอ่านไปในใจก้อคิดถึงเพงนี้ มันเลือกเพงนี้ไหมฟระ
กดเลื่อนลงมา....ชิบหายเลือกเพงเดียวกันกะที่เราเลือก
ยังไม่พอ มันมีเลือกรอบสอง ในใจก้อคิด อย่าบอกนะว่าเพงนี้.....
อ่าววว เชี่ยย เลือกเพงนี้จริงๆด้วย........เรยงงว่าเพงมันดังมาก ทำให้คนประทับใจเยอะ หรือว่า ณ ตอนนั้นมันบังเอิญเราคิดออกแค่เพงนี้ฟระ ทั้งๆที่เพงอื่นก้อความหมายดีๆมากมายล้านแปด ดันมาเลือกตรงกันซะได้เนี่ยยย
-หรือตอนที่เพื่อนๆมันจัดฉาก ถึงมันไม่ได้ตรงเป๊ะ แต่ว่าถ้าจะเทียบว่าคล้ายกันไหม.....มันก้อโคดดดดดคล้ายกะที่เราเคยโดนเรยยยย T_T((ทีหลังจะคิดมากๆๆๆๆกว่านี้))
นี่ขนาดยังอ่านไปไม่ถึงไหนนะเนี่ย.....ลังเลว่าจะอ่านต่อดี หรือจะหยุดมันไว้แค่นี้ เฮ้อ.....
แร้วก้อด้วยการประมวลทั้งหมดนี้แหละ ทำให้จากตอนแรกที่อ่านๆไป ไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เชื่อไปเกินครึ่งแร้วว่าเหตุการณ์พวกนี้มันเปงไปได้ ภายใต้กฎแห่งการไปใช้ชีวิตในตปท.((ในไทยก้อคงได้ แต่เงื่อนไขมันไม่ใช่))
บางครั้งเหตุการณ์ไหนที่มันทำให้เราประทับใจ แม้มันจะผ่านไปอีกนานแค่ไหน ผ่านเหตุการณ์ที่เรียกว่าดีกว่านี้ก้อยังไม่ได้รุ้สึกว่าอยากจะจดจำ หรือจำไปโดยอัตโนมัติ แต่เพราะเหตุการณ์นั้นเกิดภายใต้เงื่อนไขที่เราไปอยู่ตปท.ต่างหาก ทำให้มันยากจะลืม
มันไม่ได้ทำให้รุ้สึกดีหรือแย่ แต่มันแค่ "ไม่ลืม" ก็เท่านั้น
และก้อเข้าใจว่าคนแต่งก้อคงรุ้สึกเช่นเดียวกับเรา
มันคงเปงความรุ้สึกลึกๆ ที่ไม่อยากลืมมัน...แต่การไม่อยากลืม ก็ไม่ได้หมายถึงจะต้องจำขึ้นใจเสียเมื่อไหร่กัน
บอกได้คำเดียวว่า ความรู้สึกของ คนแต่ง กับความรู้สึกของ เรา มันคงเปงเรื่องบังเอิญ ที่มันบังเอิญเกินไปจริงๆ
10월 11일 เรื่องของ Iphone Iphone ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้เล้ยยยย ไม่คิดจะซื้อด้วย เพราะรู้ตัวดีว่าเป็นคนไม่ชอบมือถือที่ทำอะไรได้เยอะๆๆๆๆๆ มันเจ๊งไว ไม่ได้ใช้ เพราะเป็นคนไม่ชอบมานั่งติดตามข่าวสาร ลงโปรแกรม นั่งหาวิธีนั่นนี่ แต่สุดท้าย ไม่อยากได้อะไร มักจะได้มาซะงั้น.... ตั้งแต่ใช้มาเดือนนึง ก็เริ่มจะมองเห็นประโยชน์จากมือถือที่ทำอะไรได้เยอะๆเหมือนกันนะ เล่นเกม เล่นเน็ต ถ่ายรูป โดยเฉพาะเล่นเน็ตเนี่ย ชอบบบบบ เพราะจะได้ออนได้ แต่ไม่อยากพิมพ์มากหรอก ขี้เกียจ ไว้ใช้กับสกาฟ์ก็เริ่ดดี คุยเหมือนโทรศัพท์เลย ไม่ต้องมานั่งกดๆพิมพ์ๆ แถมเมื่อคืนลองใช้ตอนดึกๆ เสียงเพื่อนแทบไม่มีดีเลย์เลย แต่ของเรามีดีเลย์นิดหน่อย แต่ก็รับได้นะ ไม่ได้มากมาย ((แน่ล่ะ เพราะเพื่อนจ่ายเงินโทรมา แต่เราไม่ได้ใช้แบบเสียเงิน)) ยังดีนะว่าชีวิตนี้เคยสมัครสไกฟ์กะเขาบ้าง สมัยมันเพิ่งมีโปรแกรมมาใหม่ๆ ตอนนี้เลยกลับมาอินเทรนด์กับเขาซะงั้น ทั้งที่ตอนที่เข้ามาใหม่ๆไม่ค่อยมีใครใช้ซะงั้น เพราะมันยังไม่มีโปรโมชั่นโทรศัพท์ถูกๆเท่านี้ด้วยแหละ ตอนนี้ก็พยายามใช้อย่างถนอมๆ ปกติแล้วมือถือเราไม่เคยพ้นจะต้องตกบ้าง เราโยนบ้าง เวลาอารมณ์เสีย แต่กับเครื่องนี้ไม่กล้าค่ะ โยนแล้วพัง ไม่มีปัญญาจะไปซื้ออีกแล้วนะ พยายามจะรักษาให้ดีที่สุด มันจะได้อยู่กับเรานานๆ ((และเราจะได้เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นบ้างงงง พอกันทีกับค่าเทคฯทั้งหลายแหล่ เปลืองเงินเฟร้ย)) 10월 4일 ความรู้สึกดีดี บางครั้งการที่มีใครสักคนทำอะไรในเรื่องเล็กน้อย มันก็ทำให้รู้สึกดีดีได้ แม้ความรู้สึกนั้นมันไม่ได้มาในรูปแบบของความรักแบบคนรัก แต่มันเป็นความรู้สึกดีที่ไม่อาจให้คำจำกัดความได้....ว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหน รู้พียงแต่ว่า มันรู้สึกดีจริงๆนะ ที่ได้รับความรู้สึกนี้ และถึงแม้คนที่ทำให้เรารู้สึก จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม จะรู้รึเปล่าว่าเรารู้สึกดี มันไม่เป็นไรหรอก ไม่จำเป็นต้องรับรู้ เพราะการรับรู้ และพยายามทำให้ใครสักคนนึงรู้สึกดี บางทีมันจงใจ มันปรุงแต่ง บางครั้งมันไม่เท่ากับการที่ทำให้ใครสักคนรู้สึกดี โดยที่คนทำไม่รู้ตัว และคนที่ได้รับจะรู้สึกว่ารู้สึกดีมาก.....มาก.....มาก.....ขึ้นไปอีกหลายเท่า รู้สึกดีที่สักครั้งเราได้รับความรู้สึกนี้...และได้รู้จักคนคนนี้ แวะเข้ามา ก้อทักกันหน่อยนะ!!
|
|||||||||||||
|
|